เมื่อพลังเล็ก ๆ ทว่ายิ่งใหญ่ของ “การรับฟัง” ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์สั้น “When The Bench Hears” เรื่องราวจากโครงการ “ม้านั่งมีหู” (Bench With Ears) โดยทีมงาน Sati App สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) และ จุดพักใจ โดยคุณเขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ ร่วมกับผู้กำกับ-โปรดิวเซอร์ สุธรรม จีระศิลป์ และทีม Ghost Cat Film คว้ารางวัลชนะเลิศ Best Project Award จากเวที Inspiring Asia Micro Film Festival 2025 เทศกาลหนังสั้นระดับเอเชียในธีม “สุขภาพจิตเยาวชน” (Youth Mental Well-being) ณ National Gallery Singapore เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งครองตำแหน่งชนะเลิศร่วมกับหนังสั้น Light Up และโครงการ Good Mind and Soul จากประเทศมองโกเลีย
ภาพยนตร์สั้น When The Bench Hear ฉายภาพปัญหาสุขภาพจิตภายในประเทศไทย และที่มาที่ไปของโครงการ “ม้านั่งมีหู” โครงการที่ได้รับการสนับสนุนทุนจากสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีเป้าหมายในการสร้าง “พื้นที่รับฟัง” ให้อยู่ในสาธารณชุมชน เพื่อเอื้อให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงพื้นที่เยียวยาทางจิตใจได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยระบบที่ผู้คนในสังคมมีส่วนเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เนื้อหาของภาพยนตร์สั้นถูกบอกเล่าผ่านคุณซันจู-อมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Sati app และผู้ริเริ่มแนวคิดโครงการม้านั่งมีหู อาสาสมัครเพื่อนรับฟัง และผู้รับบริการพื้นที่รับฟังจากโครงการดังกล่าว ดังนี้
เรื่องเล่าจากมุมมองของ “ผู้ริเริ่ม” คุณซันจูบอกเล่าเกี่ยวกับข้อจำกัดในการเข้าถึงกระบวนการรักษาด้านสุขภาพจิตของคนไทย อันเนื่องมาจากบุคลากรที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตในปัจจุบัน ส่งผลให้มีผู้คนอีกจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงกระบวนการรักษาและเยียวยาจิตใจ ในช่วงต้นของภาพยนตร์ชี้ให้เห็นว่า “ประเทศไทยมีจิตแพทย์ 845 คน เท่ากับมีจิตแพทย์ 1.2 คนต่อประชากร 100,000 คน” ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่น้อยมากและไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความต้องการ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเป็นแนวคิดของการสร้าง “พื้นที่รับฟัง” ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย รวมถึงเป็นการขยายความเข้าใจประเด็นสุขภาพจิตสู่คนในสังคมมากขึ้น แรกเริ่มคุณซันจูก่อตั้ง Sati app ให้คนที่ต้องการพื้นที่รับฟัง โทรเข้ามาพูดคุยกับอาสาสมัครโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ก็พบว่าการโทรคุยผ่านแอป ยังมีข้อจำกัดบางประการ จึงนำไปสู่แนวคิดที่จะสร้าง “พื้นที่รับฟัง” ให้เกิดขึ้นในโลกจริง เป็นที่มาของโครงการ “ม้านั่งมีหู” ที่จัดให้พื้นที่เยียวยาจิตใจเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ต่าง ๆ ตามสาธารณะชุมชน และเปิดโอกาสให้คนทั่วไปที่สนใจและผ่านการอบรมทักษะการฟังมารับหน้าที่เป็นเพื่อนรับฟัง
ตัวแทน “อาสาสมัครเพื่อนรับฟัง” เล่าถึงแรงจูงใจในการเข้ามาเป็นอาสาสมัครว่า “เราเห็นว่ามันเป็นพื้นที่ที่เราจะเอื้อเฟื้อให้ผู้คนได้มีพื้นที่ปลอดภัยในการที่จะเล่าเรื่องราวที่เขาอาจจะไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้” และตนเองอยากจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยเช่นนั้นให้กับผู้คน จึงตัดสินใจมาสมัครโครงการนี้ นอกจากนี้ อาสาสมัครเพื่อนรับฟังยังเล่าถึงขั้นตอนกว่าจะมาเป็นอาสาสมัครในโครงการม้านั่งมีหูว่า ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกจะเข้าร่วมการอบรมสองครั้ง ได้แก่
- ครั้งที่ 1 อบรมทักษะการรับฟังเพื่อเป็นอาสารับฟังบน Sati app ซึ่งจะให้บริการในรูปแบบออนไลน์
- ครั้งที่ 2 อบรมทักษะการรับฟังเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการลงพื้นที่จริงภายในชุมชน
ยิ่งไปกว่านั้นอาสาเพื่อนรับฟังยังแบ่งบันประสบการณ์จากการเข้าร่วมโครงการฯ ให้ฟังว่าตนเองรู้สึกได้รับความสุขกลับมาเวลาที่เห็นสีหน้าแววตาของผู้เล่าดีขึ้นบ้างหลังจากที่เขาได้มีคนรับฟัง
ตัวแทน “ผู้รับบริการพื้นที่รับฟัง” เล่าถึงปัญหาทางสุขภาพจิตและเรื่องไม่สบายใจที่ตนเองเผชิญ ซึ่งในจุดหนึ่งเกิดเป็นความรู้สึกโดดเดี่ยวเพราะไม่รู้ว่าจะพูดคุยสิ่งที่อยู่ในใจกับใครได้ ผู้รับบริการคนหนึ่งกล่าวว่าการมีพื้นที่รับฟังอย่าง “ม้านั่งมีหู” เปรียบเสมือนแสงว่างที่ห้วงเวลาที่มืดมิด “วันนี้เจอแสงสว่าง พูดง่าย ๆ ก็คือมีคนมานั่งรับฟังสิ่งที่เราพูดโดยไม่ตัดสินเรา” สะท้อนให้เห็นว่าในช่วงเวลาที่คนคนหนึ่งเผชิญกับปัญหาทางจิตใจและความโดดเดี่ยว สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดอาจเป็นเพียงแค่พื้นที่เล็ก ๆ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวภายในใจออกมาได้โดยไม่ถูกตัดสิน และแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวสามารถสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับคนที่กำลังรู้สึกเปราะบางได้
ในช่วงท้ายของภาพยนตร์สั้น คุณซันจูยังบอกอีกว่า เป้าหมายของโครงการไม่ใช่แค่การจัดเป็นกิจกรรมในระยะสั้น แต่มุ่งสร้างให้ชุมชนมีทักษะในการดูแลซึ่งกันและกัน เพื่อแบ่งเบาปัญหาทางด้านจิตใจของคนในสังคมในระยะยาว
โดยสรุปแล้ว เรื่องเล่าจากภาพยนตร์สั้น “When The Bench Hear” ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการสร้างสังคมที่เกื้อหนุนการดูแลจิตใจซึ่งกันและกัน ผ่านพลังของคนตัวเล็ก ๆ ที่เล็งเห็นปัญหาสุขภาพจิตในประเทศไทย สานต่อเป็นแนวคิดและการลงมือทำเพื่อสร้างพื้นที่รับฟังให้เกิดขึ้น ด้วยการรวมตัวของอาสาสมัครเพื่อนรับฟังที่ต่างเล็งเห็นความสำคัญของการรับฟังเช่นเดียวกัน ก่อให้เกิดการเอื้อเฟื้อพื้นที่รับฟังให้แก่คนในสังคม และทำให้ผู้คนในสังคมเกิดความเชื่อมโยงทางจิตใจ ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว รวมถึงเป็นการเพิ่มพื้นที่ให้ความรู้สึกของผู้คนถูกมองเห็น และเมื่อรู้สึกว่าตนเองถูกมองเห็น ก็คงจะมองเห็นผู้อื่นและเข้าใจกันและกันได้มากขึ้น ดังน้น ภาพยนตร์สั้นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศนี้ จึงไม่เพียงแต่สร้างความภาคภูมิใจให้กับทีมโครงการและในฐานะตัวแทนประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังจุดประกายว่าสังคมที่เกื้อหนุนจิตใจซึ่งกันและกันผ่านการรับฟัง สามารถเกิดขึ้นได้และคงไม่ไกลเกินเอื้อมด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนในสังคม
ชมภาพยนตร์ When the bench hears (2025)
https://drive.google.com/file/d/1s094oVFlIj_y4rZQQ-fj2_MbTQhd8yAd/view