เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568 Sati App ร่วมกับสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรุงเทพมหานคร The Active Thai PBS มูลนิธิเพื่อคนไทย Maybelline New York และศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ จัดกิจกรรม Better Mind Better Bangkok 2025 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G
โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ภายใต้ธีม “ความหวัง” หรือ “HOPE” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังใจที่ย้ำเตือนว่า แม้ในวันที่เราต้องเผชิญกับความท้าทายในชีวิต การเติมพลังใจให้มีแรงลุกขึ้นมาใหม่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ท่ามกลางสังคมที่มีแนวโน้มส่งผลให้ปัญหาสุขภาพจิตของผู้คนเพิ่มขึ้น อีกทั้งการตีตราทางสังคมก็ยังคงมีอยู่ ความหวัง คือ สะพานเชื่อมระหว่างบาดแผลทางใจ กับหนทางที่จะก้าวไปสู่สิ่งใหม่ เป็นแรงผลักดันให้เกิดความเข้มแข็งทางจิตใจ เกิดการเชื่อมโยงกัน และกระตุ้นให้ผู้คนได้ลงมือทำ การหยิบนำเรื่อง “ความหวัง” มาเป็นแนวคิดหลักของงานนี้ เราตั้งใจสร้างพื้นที่ให้ผู้คนในสังคมรู้สึกว่าตนเองสมควรได้รับการมองเห็น ได้รับการสนับสนุน และมีกำลังใจที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตนเองและสังคม
แน่นอนว่ากิจกรรม Highlight ของงาน Better Mind Better Bangkok 2025 ในปีนี้ยังคงมีเวทีเสวนาจากมุมมองของนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ศิลปิน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และนักขับเคลื่อนสังคม เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตในประเด็นหัวข้อต่าง ๆ เหมือนเช่นเคย ซึ่งมาใน 4 หัวข้อ ตามธีม “H.O.P.E” สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
H - Healing “การเยียวยาจิตใจในวันที่ความวุ่นวายเกิดขึ้น”
ร่วมเสวนาโดย:
คุณฝ้าย กันตพร สวนศิลป์พงศ์ นักเขียน นักจิตวิทยาการปรึกษา ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาและสุขภาพจิต MasterPeace
คุณยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์
ดร.สิทธิพร ครามานนท์ อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการปรึกษาแนวพุทธและจิตภาวนา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
และ คุณฑิฟฟาณี เชน นักวิเคราะห์ทดสอบนโยบาย Thailand Policy Lab UNDP
การเยียวยาเป็นเรื่องลึกซึ้งในระดับบุคคล แต่ก็เป็นกระบวนการที่ต้องพึ่งพาและเชื่อมโยงกับชุมชนอย่างแท้จริง เวทีเสวนานี้ได้พาไปสำรวจเรื่องราวการเผชิญและฟื้นตัวจากปัญหาสุขภาพจิตที่สามารถจุดประกายแนวทางใหม่ในการดูแลตนเองและดูแลผู้อื่น เราจะเชื่อมโยงภูมิปัญญาที่เกิดจากประสบการณ์ ตรงเข้ากับองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำความเข้าใจความหมายของการเยียวยาอย่างแท้จริงในโลกปัจจุบัน เพราะการเยียวยาไม่ใช่เส้นทางที่เราต้องเดินเพียงลำพัง แต่เป็นบางสิ่งที่เราสามารถร่วมกันสร้างขึ้นได้

O - Optimism “การมองโลกอย่างมีความหวัง”
ร่วมเสวนาโดย:
คุณแตงโม กิตติพร โรจน์วณิช นักแสดง นักพูด คอนเทนต์ครีเอเตอร์
คุณสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นักทำสารคดี คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ผู้ก่อตั้ง TUEN Channel ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26
ดร.กุลวดี ทองไพบูลย์ นักจิตวิทยาคลินิก และนายกสมาคมนักจิตวิทยาคลินิกไทย
และ อ.มิล ผศ.ดร.ธีรพัฒน์ อังศุชวาล นักวิชาการ นักขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ อาจารย์ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ร่วมก่อตั้ง TIMS
ร่วมกันสำรวจมุมมองเกี่ยวกับ ‘ความหวัง’ ที่เป็นพลังแห่งการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผ่านการพูดคุยถึงผลกระทบต่อสุขภาวะทางจิต ทั้งในระดับบุคคลและเชิงระบบ เพราะการมองโลกอย่างมีความหวัง เกิดขึ้นจากเรื่องราวของผู้คนที่กล้าจินตนาการถึงสิ่งที่ดีกว่า เวทีเสวนานี้เป็นการรวมตัวกันของบุคคลที่มีประสบการณ์ในการทำงานผลักดันเรื่องสุขภาวะทางจิต ผ่านนโยบาย นวัตกรรม และการผสานความร่วมมือกันของคนในสังคม ที่สะท้อนให้เห็นว่า “ความหวัง” ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่มันคือพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้
P - Possibility “ความเป็นไปได้ที่เราจะกล้าฝันถึงนโยบายด้านสุขภาพจิตที่ตอบโจทย์สังคมเมือง”
ร่วมเสวนาโดย:
คุณกัน รุ่งโรจน์ สมบุญเก่า Senior transmedia journalist The Active ThaiPBS
คุณเขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ นักจิตบำบัด คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และผู้ก่อตั้ง “จุดพักใจ”
หมอโบว์ พญ.สุธี สฤษฎิ์ศิริ ผู้อำนวยการกองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร
และ หมอแน๊ต ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข โฆษกกรมสุขภาพจิต ผู้อำนวยการสำนักความรอบรู้สุขภาพจิต และผู้ร่วมก่อตั้ง TIMS
จะเป็นอย่างไร หากอนาคตของระบบการดูแลสุขภาพจิตจะถูกกำหนดโดยผู้ที่เคยเผชิญกับช่องโหว่ของระบบมาแล้ว? เวทีเสวนานี้เชิญผู้ที่มีประสบการณ์ตรง ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต และผู้กำหนดนโยบาย มาร่วมแลกเปลี่ยนจินตนาการถึงอนาคตที่ระบบการดูแลสุขภาพจิตมีความทั่วถึง เข้าถึงได้ และให้ความสำคัญกับผู้คนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ชวนปรับเปลี่ยนแนวคิดที่มีความกล้าหาญและแปลกใหม่ อันนำไปสู่แนวทางปฏับัติที่จับต้องได้ เพื่อให้ทุกเสียงได้มีส่วนร่วมในการกำหนดภาพอนาคตร่วมกัน
E - Empowerment “เสริมพลังใจให้มีแรงก้าวต่อ”
ร่วมเสวนาโดย:
คุณมะเฟือง เรืองริน อักษรานุเคราะห์ นักจิตบำบัดด้านความสัมพันธ์ Innerspace center คอนเทนต์ครีเอเตอร์
อ.เติ้น ผศ.ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักจิตวิทยาการปรึกษา และผู้อำนวยการ TIMS
คุณซันจู อมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Sati App
คุณกฤษฎิ์ งามธนกิจจา และคุณภพ ปองภพ สำราญชัยกร ศิลปินจาก Tia51
การเสริมพลัง อาจเริ่มต้นจากการที่เรารู้สึกว่า “มีคนมองเห็น” และเติบโตขึ้นเมื่อเรารับรู้ได้ว่า “เราเป็นส่วนหนึ่งของที่แห่งนั้น” เวทีเสวนานี้แสดงถึงการผสานกันระหว่างประสบการณ์ชีวิตจริง การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย และการออกแบบพื้นที่ในสังคมที่เปิดกว้างและครอบคลุม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้คนรู้สึกปลอดภัย ได้รับการรับฟัง และมีคุณค่า ผู้เชี่ยวชาญและผู้กำหนดนโยบายได้ร่วมกันสะท้อนถึงสิ่งที่จำเป็นในการทำให้ระบบมีควมเท่าเทียมกันมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ที่เคยผ่านความยากลำบากจะแบ่งปันเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงความเจ็บปวดให้เป็นพลัง เพราะเมื่อผู้คนได้รับพลังในการเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ สังคมของเราก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปด้วยกัน
นอกจากกิจกรรมหลักอย่าง 4 เวทีเสวนา ยังมีช่วงเวทีนำเสนอผลงานของนิสิตนักศึกษาที่ได้รับรางวัลจากโครงการ Youth for Change ซึ่งเป็นการประกวดไอเดียความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพจิต เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพจิตให้เกิดขึ้นในสังคม
ไม่เพียงแค่นั้น บรรยากาศภายในงานล้อมรอบด้วยบูธกิจกรรมที่น่าสนใจมายมายจาก Sati และภาคีเครือข่าย ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “SuperMindket เหนื่อยเมื่อไหร่ก็แวะมา” โดยมีการแบ่งพื้นที่กิจกรรมเป็น 4 โซน ได้แก่ Hope Zone, Reflection Zone, Affirmation Zone และ Inspiration Zone ที่เน้นเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางจิตของตัวเองและผู้อื่นอย่างยั่งยืน


เช่นเดียวกับบูธของ TIMS เราชวนทุกคนมาร่วมขับเคลื่อนอนาคตเรื่องสุขภาพจิตให้ดีขึ้นไปด้วยกัน เพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นนโยบายเพื่อคนในสังคมได้อย่างแท้จริง โดยเลือกผลงานจากการสนับสนุนโครงการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องมานำเสนอ เช่น
- ผลสำรวจมุมมองของคนไทยเกี่ยวกับความเมตตากรุณาต่อตนเอง (Self-compassion)
- ข้อเสนอเชิงนโยบาย (Policy briefs) จากโครงการต่าง ๆ ที่ TIMS ให้การสนับสนุน เพื่อผลักดันเรื่องการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตในบริบทต่างๆ ให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้จริง
- บอร์ดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนที่มาเยี่ยมชมบูธ ได้ลองสำรวจตัวเอง และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต มี 2 กิจกรรม ได้แก่
ชวนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของคนแต่ละ Generation ที่สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตได้ โดยแสดงความคิดเห็นว่า ”คนแต่ละ Generation มีส่วนช่วยส่งเสริม ป้องกัน และดูแลสุขภาพจิตอย่างไรได้บ้าง?”
ชวนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสำรวจเกี่ยวกับสุขภาวะทางจิตของตนเอง และสะท้อนคุณค่าที่ตนเองให้ความสำคัญ โดยแปะสติกเกอร์ “สิ่งที่ฉันเป็นอยู่” กับ “สิ่งที่ฉันอยากเป็น” ในช่องข้อความที่ตรงกับตนเองมากที่สุด ซึ่งได้พัฒนามาจากตัวชี้วัดความยั่งยืนทางสุขภาพจิต ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ความสุขสงบ (Serenity) ความเท่าเทียม (Equity) ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) ความมั่นคงปลอดภัย (Security)
ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนจะได้รับของที่ระลึกเป็นการ์ดข้อความ Heal ใจ และพวงกุญแจจาก TIMS แทนคำขอบคุณที่มาร่วมแชร์ความคิดเห็นกลับไปด้วย
ทีมงาน TIMS อยากขอขอบคุณอีกครั้งถึงผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนในการจัดกิจกรรม ที่ช่วยส่งเสริมการสร้างพื้นที่สื่อสารสาธารณะ เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตให้กับคนในสังคมไทย และส่งเสียงถึงคนทำงานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดไอเดียในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพจิตที่ตอบโจทย์คนในสังคมต่อไป
แล้วพบกันใหม่ในงาน Better Mind Better Bangkok 2026