Skip to content

วันที่โพสต์

05 ต.ค. 2025

ประเภทบทความ

TIMS ชวนคนไทยสำรวจสุขภาวะทางจิตของตัวเอง ที่ “เป็นอยู่ และ “อยากเป็น” มากที่สุดในงาน Better Mind Better Bangkok 2025

สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) ชวนทุกคนมาสำรวจสุขภาวะทางจิตของตนเอง “ที่เป็นอยู่” และภาพสุขภาวะทางจิต “ที่อยากเป็น” ด้วยการเลือกแปะสติกเกอร์ในช่องข้อความที่ตรงกับตนเองมากที่สุด ในงาน Better Mind Better Bangkok 2025 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G

กิจกรรมนี้มีแนวคิดมาจาก การพัฒนามาตรวัดความยั่งยืนทางสุขภาพจิต ที่ TIMS ได้รับการสนับสนุนทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์ภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการศึกษาพัฒนาตัวชี้วัดความยั่งยืนทางสุขภาพจิตขึ้นมา เพื่อให้สามารถนำมาใช้ประเมินสุขภาวะทางจิตของประชากรในบริบทสังคมไทยได้

 “ความยั่งยืนทางสุขภาพจิต” หรือ “Mental Health Sustainability” หมายถึง ความสามารถในการสร้างเสริมและรักษาไว้ซึ่งสุขภาวะทางจิต บนฐานความต้องการของผู้คนและสังคม ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย

ซึ่งองค์ประกอบของความยั่งยืนทางสุขภาพจิต จากการพัฒนามาตรวัดนี้ มี 4 ด้าน ได้แก่

  • ความสุขสงบ (Serenity) ในบริบทของความยั่งยืน หมายถึง การสร้างเสริมความรู้สึกสงบสุขในจิตใจ เกิดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการทำให้สุขภาพจิตอยู่ในสภาวะสุขและสงบอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างทักษะในตนเอง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และค่านิยมทางสังคม นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ในการสนับสนุนการแสวงหาความสงบ เพื่อนำไปสู่สุขภาพจิตที่ดีขึ้นและมีชีวิตที่ยั่งยืน
  • ความเท่าเทียม (Equity) ในบริบทของความยั่งยืน หมายถึง การสร้างเสริมให้เกิดความเข้าใจและเข้าถึงเรื่องสุขภาพจิต ที่เป็นเอกภาพและเหมือนกันให้แก่ทุกคนอย่างเสมอภาค เพื่อนำไปสู่สุขภาวะทางจิตที่ดีได้อย่างเต็มศักยภาพ ลดผลกระทบที่เกิดจากความไม่เสมอภาคหรืออคติในสังคม และยังรวมถึงการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันอย่างยั่งยืนของสังคมที่ส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาพจิต
  • ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) ในบริบทของความยั่งยืน หมายถึง การสร้างเสริมปัจจัยที่สนับสนุนบุคคลและชุมชนให้สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เรียนรู้จากประสบการณ์ และพัฒนากลยุทธ์ รวมไปถึงการสร้างเสริมความสัมพันธ์อย่างยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการปรับตัวเมื่อต้องเผชิญข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมในอนาคต
  • ความมั่นคงปลอดภัย (Security) ในบริบทของความยั่งยืน หมายถึง การสร้างเสริมสภาพแวดล้อมและสังคมที่ปลอดภัยและเหมาะสมในการมีสุขภาพจิตที่ดี และป้องกันผลกระทบที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาวะทางจิต ทั้งสิ่งที่เกิดจากปัจจัยที่สามารถป้องกันได้และไม่ได้  นอกจากนี้ยังรวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมเชิงบวกที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยทางจิตใจด้วย

โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นภายในบูธของ TIMS ในงาน Better Mind Better Bangkok 2025 ได้เลือกนำข้อคำถาม 12 ข้อ จากมาตรวัดความยั่งยืนทางสุขภาพจิตทั้งหมด 36 ข้อ มาปรับใช้ในการสำรวจมุมมองเรื่องสุขภาวะทางจิตของคนไทย  เพื่อสะท้อนถึงการตระหนักรู้เรื่องสุขภาพจิต คุณค่าที่แต่ละคนให้ความสำคัญ และแนวทางการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตต่อไป

จากผลการสำรวจมุมมองเรื่องสุขภาวะทางจิตของผู้เข้าร่วมกิจกรรมในงาน Better Mind Better Bangkok 2025 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ด้วยการเลือกแปะสติกเกอร์ “สิ่งที่ฉันเป็นอยู่” และ “สิ่งที่ฉันอยากเป็น” ในข้อความที่ตรงกับตนเองมากที่สุด พบได้ว่า

มุมมองเกี่ยวกับสุขภาวะทางจิตของตนเอง  “ที่เป็นอยู่”

ด้านความสุขสงบ

  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก มากที่สุด คือ “มีความสุขสงบทางใจ ด้วยการยอมรับสถานการณ์ต่าง ๆ ว่าอยู่นอกเหนือการควบคุมได้” จำนวน 43 คน 
  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก น้อยที่สุด คือ “สร้างความสงบสุขในใจด้วยการให้อภัยตัวเองและผู้อื่น” จำนวน 31 คน

ด้านความเท่าเทียม 

  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก มากที่สุด  คือ “เข้าถึงการศึกษาหรือความรู้ที่ฉันต้องการ และรู้สึกว่าจำเป็นต่อการดูแลจิตใจ” จำนวน 39 คน และ
  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก น้อยที่สุด คือ “ได้รับการยอมรับและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับชุมชน แม้จะมีความแตกต่างทางฐานะ เพศสภาพ ศาสนา ความพิการ เชื้อชาติและชาติพันธุ์ หรือชนชั้นทางสังคม” จำนวน 12 คน

ด้านความสามารถในการปรับตัว 

  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก มากที่สุด คือ “ฉันมีวิธีการป้องกันตัวเอง และสามารถจัดการกับความเครียดได้” จำนวน 38 คน
  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก น้อยที่สุด คือ “คนในชุมชนของฉันมีส่วนช่วยให้ฉันสามารถปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง และสามารถมีสุขภาพจิตที่ดีได้” จำนวน 14 คน 

ด้านความมั่นคงปลอดภัย

  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก มากที่สุด คือ “มีงานทำที่เหมาะสมภายใต้บรรยากาศในการทำงานที่ส่งผลต่อการมีสุขภาพจิตที่ดี” จำนวน 15 คน และ “รู้สึกมั่นคงปลอดภัยในการแสดงออกเรื่องสุขภาพจิต” จำนวน 15 คน 
  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก น้อยที่สุด คือ “รู้สึกมั่นคงปลอดภัยในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนในชุมชนที่มีความหลากหลาย” จำนวน 9 คน

มุมมองเกี่ยวกับสุขภาวะทางจิตของตนเอง  “ที่อยากเป็น”

ด้านความสุขสงบ

  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก มากที่สุด คือ “มีความสุขสงบทางใจด้วยการยอมรับสถานการณ์ต่าง ๆ ว่าอยู่นอกเหนือการควบคุมได้” จำนวน 39 คน 
  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก น้อยที่สุด คือ “สร้างความสงบสุขในใจด้วยการให้อภัยตัวเองและผู้อื่น” จำนวน 31 คน

ด้านความเท่าเทียม 

  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก มากที่สุด คือ “ได้รับการยอมรับและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับชุมชน แม้จะมีความแตกต่างทางฐานะ เพศสภาพ ศาสนา ความพิการ เชื้อชาติและชาติพันธุ์ หรือชนชั้นทางสังคม” จำนวน 24 คน 
  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก น้อยที่สุด คือ “เข้าถึงการศึกษา หรือความรู้ที่ฉันต้องการและรู้สึกว่าจำเป็นต่อการดูแลจิตใจ” จำนวน 15 คน

ด้านความสามารถในการปรับตัว 

  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก มากที่สุด คือ “ฉันมีวิธีการป้องกันตัวเอง และสามารถจัดการกับความเครียดได้” จำนวน 30 คน
  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก น้อยที่สุด คือ “คนในชุมชนของฉันมีส่วนช่วยให้ฉันสามารถปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง และสามารถมีสุขภาพจิตที่ดีได้” จำนวน 18 คน 

ด้านความมั่นคงปลอดภัย

  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก มากที่สุด คือ “มีงานทำที่เหมาะสมภายใต้บรรยากาศในการทำงานที่ส่งผลต่อการมีสุขภาพจิตที่ดี” จำนวน 34 คน
  • ข้อที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือก น้อยที่สุด คือ “รู้สึกมั่นคงปลอดภัยในการแสดงออกเรื่องสุขภาพจิต” จำนวน 14 คน

การสำรวจมุมมองเรื่องสุขภาวะทางจิตของคนไทยข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าสภาพแวดล้อมในสังคมจะส่งผลต่อสุขภาวะทางจิตมากเพียงใด หากบุคคลเกิดความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยจากการได้รับการยอมรับและไม่ถูกตัดสิน ก็สามารถช่วยให้บุคคลสามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองและสถานการณ์รอบตัวได้มากขึ้น นอกจากนี้ การรับรู้ว่าตนเองไม่สามารถควบคุมให้ทุกอย่างเป็นอย่างที่ใจต้องการ แต่การมีพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ จะช่วยให้บุคคลสามารถผ่านเรื่องราวหรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก ตลอดจนมีแนวทางในการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตให้กับตนเองและผู้อื่นได้เช่นกัน

กิจกรรมนี้เป็นเพียงเสียงสะท้อนเล็ก ๆ จากทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมแชร์มุมมองความคิดเห็นในบูธกิจกรรมของเรา แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความหวังว่าสังคมไทยจะสามารถมีระบบสุขภาพจิตที่ดีขึ้นกว่านี้ได้ หากเราร่วมกันส่งเสริมให้ผู้คนเกิดการตระหนักรู้เรื่องสุขภาพจิต รับรู้ถึงความสำคัญของการดูแลจิตใจตนเองและคนรอบข้าง ตลอดจนเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้แก่กัน ในวันที่เผชิญกับความไม่มั่นคงทางจิตใจ ก็จะช่วยต่อเติมความหวัง สร้างเสริมพลังใจให้เราทุกคนดำเนินชีวิตต่อไป 

TIMS ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังเยียวยาจิตใจของตนเอง และยังหวังถึงการมีอนาคตที่ดีขึ้น เราจะพยายามอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวไปสู่การมีระบบดูแลสุขภาพจิตที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยการผลักดันนโยบาย ความรู้ นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างคนทำงานภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างเสริมความยั่งยืนทางสุขภาพจิตให้กับคนในสังคมไทยตามความตั้งใจของเรา

วันที่โพสต์

05 ต.ค. 2025

ประเภทบทความ

ผู้เขียน

แชร์คอนเทนต์นี้