เนื่องในวันสุขภาพจิตโลก (World Mental Health Day) ปี 2568 สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) ร่วมกับ Sati App และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “Better Mind, Better Bangkok 2025” ณ สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G โดยจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ในธีม “ความหวัง” หรือ “H.O.P.E.” ที่ประกอบไปด้วย 4 ประเด็นหัวข้อสำคัญเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางจิตให้กับผู้คนในสังคมไทย อันได้แก่
- Healing (การเยียวยาจิตใจ)
- Optimism (การมองโลกอย่างมีความหวัง)
- Possibility (ความมองเห็นความเป็นไปได้)
- Empowerment (การเสริมสร้างพลัง)
ในปีนี้ สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) ชวนทุกคนมาจุดประกายความหวังให้กับสังคม เพราะเราเชื่อว่า “คนทุกวัยสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตของสุขภาพจิตที่ดีขึ้นไปด้วยกันได้” เราจึงจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของคนแต่ละ Generation ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตด้วยการเขียน Post-it แสดงความคิดเห็นว่า ”คนแต่ละ Generation มีส่วนช่วยส่งเสริม ป้องกัน และดูแลสุขภาพจิตอย่างไรได้บ้าง?”
จากการรวมรวมข้อมูล สามารถสรุปมุมมองของผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยจัดหมวดหมู่ตาม generation ได้ดังนี้
Babyboomer: เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1946 - 1964 (อายุ 61 ปี ขึ้นไป)
มุมมองของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีต่อกลุ่มคน Babyboomer ในการช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางจิต มีดังนี้
- การยอมรับความเปลี่ยนแปลง - การปรับตัวและยอมรับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม รวมถึงเปิดใจรับฟังคนรุ่นหลัง
“ยอมรับว่าสังคมเปลี่ยนไป”
“เคารพกฎ-กติกา (สังคม) ทำดีมีรางวัล ทำไม่ดีต้องถูกลงโทษ”
“รับฟัง เรียนรู้ เปิดรับโลกใบเดิมด้วยหัวใจ”
“รับฟังเรา ไม่ตัดสินเรา”
“คอยรับฟัง Gen อื่น ๆ เพื่อปรับความคิด”
“รับฟัง ไม่ตัดสิน”
“เคารพการตัดสินใจ”
“ฟังคนที่คิดต่างบ้าง”
“อยากให้ยืดหยุ่นทางความคิดมากขึ้น ตัดสินน้อยลง ปล่อยวางมากขึ้น”
“อยากให้เปิดรับความเปลี่ยนแปลง / การเปลี่ยนแปลงของโลกในทุก ๆ วัน”
“ยอมฟังคนอายุน้อยกว่า เปิดใจให้มากขึ้น”
“รับฟัง แต่ไม่ X ตัดสิน”
- การเยียวยาตนเอง
“เรียนรู้สิ่งรอบตัวและสิ่งแวดล้อม”
“เกษียณแล้วท่องเที่ยวให้สุขใจ”
“ดูร่างกาย / สังขารให้ดี”
“ออกกำลังกาย”
“ดูแลสุขภาพ ยืนให้ได้ด้วยตนเอง”
“ไม่ต้องกังวล, เก่งที่สุดแล้ว, ยิ้ม พักผ่อน มีความสุขทุก ๆ วัน”
“สื่อสารกับ community ของ Gen”
“อยู่กับครอบครัว ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ช่วยเหลือผู้อื่น ยิ้มให้กัน”
“ดูแลตัวเองดี ๆ อย่าดื้อมาก ใจเย็นหน่อย รักตัวเองมาก ๆ”
“เป็นห่วงสุขภาพตัวเองบ้าง”
“ให้ออกไปหาความสุขโดยเข้ากับการพบปะผู้อื่นมากขึ้น”
- การแนะนำผ่านประสบการณ์ - ให้คำแนะนำ หรือการปรึกษาแก่คนรุ่นหลังด้วยประสบการณ์ที่มี
“มีคำแนะนำที่ดีให้เสมอ ฟังแล้วเข้าใจ”
“ให้ข้อคิดที่ดี ๆ กับทุกคน”
“ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน”
“คอยให้กำลังใจ มีคำปรึกษา”
“เป็นที่ปรึกษาที่ดี”
“เป็นตัวอย่างที่ดี มีความสุข สนุกในทุกวัน”
“ยอมรับความแตกต่าง ให้คำปรึกษาจากประสบการณ์”
“คนที่เข้าใจเราได้ดีกว่าที่คิด ชี้นำเราได้”
สรุปได้ว่า:
คนกลุ่ม Babyboomer สามารถช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางจิตได้ โดยการเป็นผู้ให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาอย่างเข้าอกเข้าใจ ไม่ตัดสิน เป็นตัวอย่างของคนที่ได้เรียนรู้วิธีการดูแลใจของตนเองเมื่อเผชิญกับเรื่องราวสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต และรู้จักยอมรับการเปลี่ยนแปลง
จุดแข็ง: มีประสบการณ์ชีวิตมามาก สามารถเป็นที่พึ่งทางจิตใจได้
แนวทางการส่งเสริมสุขภาวะทางจิต:
- เปิดใจรับฟังคนรุ่นใหม่ ลดการตัดสินเมื่อพบเจอกับมุมมองความคิดเห็นหรือประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่าง
- ใช้ประสบการณ์ของตนเองเป็นแนวทางให้คนรุ่นหลังได้เติบโตอย่างเข้าใจ
- ดูแลตนเองให้มีความสุข เช่น การท่องเที่ยว วางแผนชีวิตหลังเกษียณ ใช้เวลากับครอบครัว
Gen X: เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1965 - 1980 (อายุ 45 - 60 ปี)
มุมมองของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีต่อกลุ่มคน Gen X ในการช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางจิต มีดังนี้
- พื้นที่เยียวยาจิตใจ - มีความเข้าอกเข้าใจ และการสื่อสารที่ดีเพื่อช่วยลดความขัดแย้งจากความคิดเห็นที่แตกต่างด้วยการรับฟัง พยายามทำความเข้าใจ และประนีประนอม
“เปิดใจรับฟัง ไม่ตัดสินลูกโดยคำพูด”
“รับฟังกัน เข้าใจ เมตตา”
“รับฟังแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา”
“เข้าใจในสิ่งที่ลูกหลานชอบ ไม่ปิดกั้น”
“เป็นพื้นที่เยียวยาจิตใจ”
“ใช้เวลาอยู่กับคนในครอบครัว ฟังเรื่องราวที่ไม่สบายใจกับเขา Gen X”
“ขอให้เข้าใจความคิดทุกคนด้วย”
“รับฟังความคิดเห็นร่วมกัน”
“รับฟังเพื่อนร่วมงาน”
“มองหลาย ๆ มุม มุมมองแต่ละคน”
“รับฟังปัญหาคนรอบข้าง”
“ฟังก่อนค่อยสั่งสอน”
“รับฟังกันให้มากขึ้น พยายามเข้าใจ และประนีประนอม”
- การปรับตัวกับโลกที่เปลี่ยนไป - สนับสนุนคนรุ่นหลัง และยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
“ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความมีน้ำใจ”
“เป็น gate keeper ให้ innovator รุ่นหลัง”
“ในมุมมองแม่ ควรสนับสนุนและรับฟังความคิดเห็นของลูกและให้กำลังใจอยู่ห่าง ๆ”
“เด็ก ๆ ดูแลผู้ใหญ่ในบ้าน ผู้ใหญ่ใส่ใจรายละเอียดและรับฟัง”
“ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี”
“ครอบครัวใหญ่สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ได้กินข้าวพร้อมหน้า กอด ยิ้ม ให้กำลังใจกัน”
“เข้าใจความแตกต่าง พร้อม support”
“Gen x ช่วยให้ Gen อื่น ๆ อยู่กับโลกที่พัฒนาไปไว, ปรับตัวเก่ง”
“เปิดใจรับฟังสิ่งใหม่ ๆ”
- การดูแลตนเอง
“อยู่กับปัจจุบัน”
“ออกกำลังกายสม่ำเสมอ”
“รักตัวเองขึ้นอีกนิดนะ”
“ปล่อยวาง”
“ขอบคุณตนเองให้มาก”
“อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย”
“รัก+ดูแลตัวเอง แบ่งปันผู้อื่น”
“ปล่อยวาง”
“รับฟังกันให้มากขึ้น พยายามเข้าใจ และประนีประนอม”
สรุปได้ว่า:
คนกลุ่ม Gen X สามารถช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางจิตได้ โดยการเป็นพื้นที่ปลอดภัย ช่วยเยียวยาจิตใจ และเป็นแบบอย่างของการเปิดใจรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ
จุดแข็ง: การกำกับควบคุมอารมณ์ ความสามารถในการปรับตัว รู้จักประนีประนอม
แนวทางการส่งเสริมสุขภาวะทางจิต:
- สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างวัย เช่น พูดคุยในครอบครัว เข้าใจลูกหลาน
- การเปิดใจรับฟังความเห็นต่าง ลดความขัดแย้งจากความเข้าใจผิด
- การสนับสนุนคนรุ่นหลังด้วยความเมตตา และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
Gen Y: เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1981 - 1996 (อายุ 29 - 44 ปี)
มุมมองของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีต่อกลุ่มคน Gen Y ในการช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางจิต มีดังนี้
- การดูแลตนเอง - กลับมาดูแลร่างกายและจิตใจตนเอง รู้จักปล่อยวางสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
“ดูแลร่างกายให้ดีก่อน + Let them ในเรื่องที่ Control ไม่ได้”
“ปล่อยวางกับเรื่องที่ทำลายสุขภาพจิตตัวเอง”
“It's OKAY not to be Okay”
“ใจดีกับตัวเอง และใจดีกับคนอื่น”
“ปล่อยวางเรื่องไม่ดี คิดบวกเข้าไว้ มีความสุขมาก ๆ”
“กินอิ่ม นอนหลับ มีความสุข”
“มีความสุขกับตัวเองให้มาก ๆ รับฟังผู้อื่นมากขึ้น สุขภาพสำคัญ ดูแลตัวเองด้วยนะ”
“ใจดีกับตัวเองบ้าง”
“ใจดีกับตัวเอง & ปล่อยวาง”
“ขอให้ใจดีกับตัวเองบ้างนะ”
“คาดหวังให้น้อยลง”
“ฟังเสียงตัวเองมากขึ้น inner voice”
“ไม่ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นนะ เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด”
“แบ่งเวลาให้ตัวเองนั่งพักบ้าง”
“ดูแลสุขภาพจิต Gen Y ดูซีรีส์ / Deep talk”
“ใจดีกับตัวเองด้วย”
“ยอมรับกับสิ่งที่เจอ ถ้าไม่ไหวบอกได้ อย่าฝืนเลยนะ”
“Be kind to yourself & every one”
“ปล่อยวาง คุยปรึกษา”
“ดูแลหัวใจตนแถมทุกคนที่เกี่ยวพันกัน ทุกคนจะมีความสุข”
- การช่วยเหลือคนอื่น - คอยเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ และสนับสนุนบุคคลอื่น ๆ
“ช่วยให้คำแนะนำทุกเรื่อง”
“รับฟัง support ให้ advice”
“คอยให้ความช่วยเหลือ share กำลังใจให้คนใกล้ตัว ไม่ซ้ำเติม”
“สนับสนุนนโยบาย know&how”
“ให้กำลังใจและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้”
“อยากให้กำลังใจกับผู้คนรอบตัวมาก ๆ ขึ้น”
- การรับฟังด้วยความเข้าใจ - รับฟังปัญหา และเปิดรับความคิดเห็นของบุคคลอื่นด้วยความเข้าอกเข้าใจ ไม่ตัดสิน
“เข้าใจเด็ก ๆ มากขึ้น ปรับตัวเข้าหา ไม่เอาตัวเองเป็นใหญ่”
“ใจเย็น ๆ เปิดรับ Gen New ปล่อยวาง เข้าใจ”
“รับฟังอย่างไม่ตัดสิน”
“ช่วยกันดูแลลูกหลานด้วยความเข้าใจ”
“ปล่อยวาง พูดคุยและรับฟังกันและกัน”
“รับฟัง เปิดใจ ไม่ตัดสิน”
“รับฟังให้มาก และไม่ตัดสิน”
“รับฟังอย่างตั้งใจ พร้อมทั้งให้กำลังใจแบบอ่อนโยน”
“มีความคิดริเริ่ม ยอมรับการเปลี่ยนแปลง”
“การพูดคุย อารมณ์ การให้กำลังใจ รับฟังความคิดเห็น”
“ปล่อยวางและรับฟัง”
“เข้าใจ "ตัวเอง"
เข้าใจ "ผู้อื่น"
เข้าใจ "ความต่าง"”
“รับฟังกันและกัน Empathy”
“เชื่อมั่นในใจของตัวเอง ยอมรับความเห็นผู้อื่น”
“เข้าใจและยอมรับ”
“เปิดใจให้คนอื่น”
“รับฟังโดยไม่ตัดสิน ตระหนักและรู้เท่าทันอารมณ์ ความรู้สึก”
“อยากให้ Gen Y รับฟังมากขึ้น เพื่อให้โลกเติบโต”
“เปิดใจรับฟังในทุก ๆ เรื่อง / และเห็นอกเห็นใจในชีวิตของทุก ๆ ชีวิต”
“ฟังคนรอบข้าง”
- ตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างคนแต่ละ Generation
“การเป็นตัวกลางเชื่อมโยงให้ Gen ต่าง ๆ เข้าถึงและเข้าใจกันมากขึ้น และเข้าถึงสุขภาพจิตได้”
“รับฟังทุก Gen ให้สื่อสารได้อย่างเข้าใจกัน”
“ทำความเข้าใจ Gen X ว่าเขาเติบโตมาแตกต่าง ห็นใจ Gen Z ที่โตมาแบบกดดัน"
สรุปได้ว่า:
คนกลุ่ม Gen Y สามารถช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางจิตได้ โดยการเป็นคนที่รู้จักปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ หรือผู้คนแต่ละช่วงวัยที่มีมุมมองความคิดและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เป็นคนกลางที่ช่วยเชื่อมโยงคนอื่น ๆ รู้จักการดูแลรักษาใจตัวเองและผู้อื่น
จุดแข็ง: มีความเข้าอกเข้าใจ (empathy) ช่วย Support ผู้อื่น
แนวทางการส่งเสริมสุขภาวะทางจิต:
- หันมาใส่ใจดูแลตนเอง (Self-care) มากขึ้น เรียนรู้ที่จะปล่อยวาง เพื่อรักษาสมดุลของชีวิต
- ลดความคาดหวังและการเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่น รู้จักการฟังเสียงหัวใจตัวเอง
- รับฟังและให้คำปรึกษาแก่คนรอบข้าง เข้าใจถึงความแตกต่าง และสามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
Gen Z: เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1997 - 2009 (อายุ 16 - 28 ปี)
มุมมองของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีต่อกลุ่มคน Gen Z ในการช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางจิต มีดังนี้
- การส่งเสริมการตระหนักรู้ - ส่งเสริมให้เกิดการพูดถึง และให้ความรู้ด้านสุขภาพจิตในสังคม โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
“สร้าง awareness ด้านสุขภาพจิต”
“Gen Z เป็นช่วงอายุที่เกิดความตระหนักรู้มากขึ้น เกิดการตื่นรู้และให้ความรู้ต่อคนในสังคม”
“เผยแพร่วิธีดูแลสุขภาพจิตผ่านโซเชียล”
“สร้างสรรค์และมุ่งมั่นอย่างมีความหวัง!”
“ใช้สื่อออนไลน์สร้าง Mental health awareness”
- การเยียวยาใจตนเอง - สร้างเสริมการดูแลและเยียวยาจิตใจของตนเองก่อนนำไปสู่การช่วยเหลือคนรอบข้าง
“- ออกกำลังกาย
- ดูหนัง / ฟังเพลง
- หาที่เที่ยว :)
- หาของหวานทาน”
“อย่าคิดถึงแต่การเรียน คิดถึงตัวเองบ้าง”
“ใช้ชีวิตให้สนุก เรื่องเรียนเรียนให้ผ่อนคลาย อย่าไปกดดันตัวเองเยอะ”
“ปล่อยวางจากความเครียด กินของอร่อย ออกกำลังกาย ปลูกต้นไม้ รักตัวเองเยอะ ๆ นะ”
“ใจดีกับตัวเองเยอะ ๆ ในวันที่โลกใจร้าย”
“ใจดีกับตัวเองเยอะ ๆ น้า”
“ดูแลคนรอบข้าง”
“ตื่นเช้าอันสดใส ภูมิใจในตัวเอง รักตัวเอง”
“อย่าคิดมากจนเกินไป หากิจกรรมทำเยอะ ๆ นะ!”
“อย่าเครียด Be yourself”
“ใจดีกับตัวเองและคนรอบข้าง เข้าอกเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง”
“ใจดีกับตัวเอง อ่อนโยนกับตัวเองเยอะ ๆ”
“Gen Z ลดการเล่นเกม เล่นกีฬา out door คร้า”
“spend less time online and more time in the present moment”
“ลองคุยกับตัวเองเยอะ ๆ มือถือให้น้อยลง”
“ลดใช้เวลากับโซเชียล ออกมาใช้เวลากับธรรมชาติบ้าง”
- พื้นที่ปลอดภัย - รับฟังด้วยความเข้าอกเข้าใจ ไม่ตัดสิน และยอมรับความแตกต่างหลากหลาย
“รับฟังแต่ไม่ตัดสิน”
“รับฟังให้มากขึ้น ปล่อยวางบ้าง”
“รับฟังแบบไม่ตัดสิน เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้คนอื่น”
“รับฟัง ไม่ตัดสิน ให้กำลังใจกัน”
“ความเห็นที่ต่างสร้างมุมมองใหม่ ๆ”
“G-Z ช่วยรับฟังมากขึ้น”
“รับฟังในสิ่งที่เราพูด เข้าใจในสิ่งที่เราเป็น”
“รับฟังชีวิตคน Gen อื่น”
“Gen Z รับฟังปัญหา เข้าใจในปัญหาของวัยรุ่น ฟังมากกว่า แสดงความคิดเห็นเน้นความเข้าอกเข้าใจ”
“พูดคุยเปิดใจซึ่งกันและกัน”
“รับฟัง ไม่ตัดสิน!”
“รับฟัง ให้กำลังใจ”
“ฟังให้เยอะขึ้น คิดก่อนพูด”
“เข้าใจเขาอย่างที่เขาเป็น อยู่เคียงข้างเขา I'm here to listen not hearing”
“เธอเก่งในแบบของเธอ ไม่ตัดสินกันนะ”
“เชื่อว่าคนที่เคยทำผิดสามารถแก้ไขและเติบโตได้”
“ไม่ด่วนตัดสิน พยายามทำความเข้าใจผู้อื่น”
- การช่วยเหลือผู้อื่น - สนับสนุนและช่วยเหลือผู้คนรอบข้าง
“Gen z ช่วยให้กำลังใจคนรอบข้าง”
“Gen นี้ เป็นแรงบันดาลใจให้ Gen อื่น”
“รับฟัง ส่งเสริม support”
สรุปได้ว่า:
คนกลุ่ม Gen Z สามารถช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางจิตได้ โดยการสนับสนุนให้คนรอบข้างเกิดการตระหนักรู้ในเรื่องสุขภาพจิต และสร้างพื้นที่ปลอดภัยด้วยการยอมรับความแตกต่างหลากหลายของคนในสังคม
จุดแข็ง: กล้าพูดเรื่องประเด็นทางสุขภาพจิต และเปิดรับความแตกต่าง
แนวทางการส่งเสริมสุขภาวะทางจิต:
- รู้จักใช้สื่อ Social media ในการส่งเสริมสร้างการตระหนักรู้เรื่องสุขภาพจิจ
- ดูแลจิตใจตนเองก่อน (self-care) เช่น การทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ ออกกำลังกาย คิดถึงตนเอง ใจดีกับตนเอง
- สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้อื่น รับฟังอย่างไม่ตัดสิน และช่วยเหลือคนรอบข้าง
Gen Alpha: 2010 - 2025 (อายุน้อยกว่า 15 ปี)
มุมมองของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีต่อกลุ่มคน Gen Alpha ในการช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางจิต มีดังนี้
- การเติบโตอย่างอิสระ - ส่งเสริมการเติบโตตามแบบที่แต่ละคนชอบ และให้ความสำคัญกับการมีความสุขส่วนตัวในวัยเด็ก
“ทำตามใจ และใช้ชีวิตให้คุ้มที่สุด”
“รักตัวเองมาก ๆ นะ”
“เติบโตเป็นตัวเองในแบบที่ชอบ”
“...เป็นตัวของตัวเองเสมอ”
- การจัดการกับความกดดัน - ป้องกันความเครียดด้วยการลดความกดดัน โดยเฉพาะเรื่องการเรียน หรือปรับความคิด
“เด็ก Gen นี้มีความกดดันสูง ทั้งเรื่องเรียน ฯลฯ ให้หาเวลาให้ตัวเองบ้าง ไม่ต้องสนใจคำพูดของคนอื่น มีความสุขกับตัวเอง”
“ไม่ต้องกดดันมาก รักตัวเองเยอะ ๆ”
“แกห้ามสนความผิดพลาดนะ ลองใหม่”
- การมีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก - สนับสนุนการเรียนรู้สังคมนอกเหนือจากโลกออนไลน์ และการมีสัมพันธภาพที่ดีกับคนในสังคม
“ใจเย็น ๆ”
“เด็ก ๆ .. โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ๆ ป้า/แม่ ตามไม่ทัน เข้าใจคนรุ่นแม่ ๆ ด้วยนะ”
“เล่นข้างนอกให้เยอะ คุยกับคนอื่นให้มาก ทำกิจกรรมร่วมกัน”
“ใจเย็นลง ยิ้มให้กันมากขึ้น ไม่ว่า Gen ไหนก็สามารถอยู่ร่วมกันได้”
“พูดจาให้สุภาพ ไม่ดื้อ”
สรุปได้ว่า:
คนกลุ่ม Gen Alpha สามารถช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางจิตได้ คือการใช้ชีวิตให้สมวัยและกล้าแสดงความรู้สึก พร้อมเรียนรู้ที่จะรักตัวเองและเติบโตอย่างมีความสุขในแบบของตัวเอง เนื่องจากคนกลุ่มนี้เติบโตมาในยุคดิจิทัลที่ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว มีความกดดันจากการเปรียบเทียบและการแข่งขันในสังคมสูง
จุดแข็ง: ความสดใส ความเป็นธรรมชาติ การเป็นตัวของตัวเอง มีความกล้าแสดงออก
แนวทางการส่งเสริมสุขภาวะทางจิต:
- ผู้ใหญ่ควรส่งเสริมให้คนกลุ่มนี้ได้พัฒนาตนเองและเติบโตอย่างมีอิสระ เปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีโอกาสเลือกในสิ่งที่ตนเองชอบ และได้เป็นตัวของตัวเอง
- ลดความกดดันด้านการเรียน และการเปรียบเทียบในสังคม
- เริ่มปลูกฝังให้คนกลุ่มนี้รู้จักอารมณ์ของตนเอง เรียนรู้ที่จะสื่อสารความรู้สึก และสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้คนในสังคม

จากกิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นได้ว่า ถึงแม้มุมมองความคิดเห็นที่มีต่อคนแต่ละ Generation จะแตกต่างกันไป ทว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมกลับมีประเด็นที่น่าสนใจร่วมกัน ได้แก่ การรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ การไม่ตัดสิน การใจดีกับตนเอง การรู้จักดูแลใจของตนเองก่อน รวมไปถึงการส่งต่อพลังบวกและการช่วยเหลือผู้อื่น ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ไม่ว่าเราจะอยู่ใน Gen ไหน “การรับฟังอย่างเข้าใจ การรักตัวเอง และการส่งต่อพลังบวก” คือจุดร่วมที่มนุษย์ทุกช่วงวัยสามารถช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางจิตให้กับผู้คนในสังคมได้