Skip to content

ยกระดับ “นักรับฟัง” เป็นโครงสร้างพื้นฐานสุขภาพจิตชุมชน

นักรับฟัง คือ ผู้ที่มีทักษะการปฐมพยาบาลใจเบื้องต้น (Psychological First Aid: PFA) เพื่อ “อยู่ตรงนั้น” กับคนที่กำลังมีความทุกข์ เครียด หรือสับสน ให้รู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยว ผ่านการรับฟังอย่างไม่ตัดสิน เป็นพื้นที่ปลอดภัย ชวนสะท้อนความรู้สึก และรู้จักการเชื่อมต่อบริการผู้ช่วยเหลือหรือผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น นักรับฟังเป็นด่านหน้าของการดูแลสุขภาพจิตโดยชุมชนที่เข้าถึงง่ายและต้นทุนต่ำ ช่วยเติมเต็มช่องว่างของการขาดแคลนบุคลากรวิชาชีพและข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยไม่ได้ทำหน้าที่แทนผู้เชี่ยวชาญ แต่เป็นการช่วยดูแลเบื้องต้น มองเห็นสัญญาณความเสี่ยง และเชื่อมต่อความช่วยเหลือให้ได้ทันท่วงที “โครงการพัฒนานักปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้นในคนพิการ” เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้เรื่อง Mind First Aid (MFA) ในรูปแบบออนไลน์ ตามแนวทางการปฐมพยาบาลใจเบื้องต้นที่ทุกคน รวมถึงคนพิการเข้าถึงได้ (https://elearning.satiapp.co) และพัฒนากระบวนการฝึกอบรมนักปฐมพยาบาลใจ โดยนำร่องในกลุ่มคนพิการ จนเกิดการผลักดันบริการปฐมพยาบาลใจในองค์กรต่าง ๆ และเกิดการจ้างงานผู้พิการเป็น ‘นักรับฟัง’ ภายในองค์กร โครงการนี้ยังมีการศึกษาวิจัยประสิทธิภาพของการนำความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลใจเบื้องต้นไปใช้ในกลุ่มอาสาสมัครและองค์กรควบคู่ไปด้วย จนตกผลึกเป็นตัวแบบกระบวนการพัฒนานักรับฟังที่ได้ผล คือ 3O (Online, Onsite, On-the-Job Training) ทำให้ได้นักรับฟังที่มีความพร้อมในการรับฟัง สร้างพื้นที่ปลอดภัย รู้จักดูแลใจตนเอง รวมถึงเชื่อมต่อการส่งต่อในระบบได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพ ผลลัพธ์จากโครงการนี้สามารถนำไปขยายผลและประยุกต์ใช้ต่อในบริบทหรือชุมชนอื่น ๆ ได้อีกContinue reading “ยกระดับ “นักรับฟัง” เป็นโครงสร้างพื้นฐานสุขภาพจิตชุมชน”

ม้านั่งมีหู กลไกดูแลสุขภาวะทางจิตในชุมชนที่เข้าถึงได้

ม้านั่งมีหู (Bench with Ears) เป็นกลไกส่งเสริมและป้องกันสุขภาวะทางจิตในชุมชนที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย โดยใช้อาสาสมัคร สุขภาพจิต (“เพื่อนรับฟัง”) เป็นศูนย์กลางของการดูแล สุขภาพใจในระดับชุมชน ม้านั่งมีหูไม่ใช่บริการคัดกรอง วินิจฉัย หรือ บำบัดรักษาทางจิตเวช แต่เป็นตัวแบบของการถ่ายโอนบทบาท (task-shifting) ด้านการดูแลสุขภาพจิตจากภาคการแพทย์สู่ประชาสังคมและชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และการเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาวะทางจิตของประเทศ และลดภาระของบุคลากรเฉพาะทาง ที่มีอยู่อย่างจำกัด กลไกนี้มุ่งดูแลปัญหาสุขภาพจิตขั้นพื้นฐาน เช่น ความเครียด วิตกกังวล หรืออารมณ์ด้านลบ เพื่อป้องกันไม่ให้พัฒนาไปสู่ภาวะซึมเศร้าหรือความพยายามทำร้ายตนเอง ม้านั่งมีหูสามารถขยายผลและประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายบริบท เช่น สวนสาธารณะ โรงเรียน วัด คลินิกชุมชน และพื้นที่สาธารณะอื่น ๆ เพื่อสร้างระบบดูแลสุขภาวะทางจิตเชิงรุกที่เข้าถึงง่ายและยั่งยืนในระดับชุมชน   โครงการพัฒนาตัวแบบและกระบวนการอาสาสมัครสุขภาพจิตในชุมชน โครงการทดลองตัวแบบและกระบวนการอาสาสมัครสุขภาพจิตในพื้นที่นำร่อง ผู้รับผิดชอบโครงการ: สติแอป (Sati App) E-mail: amorn@satiapp.co อ่าน Policy Brief เรื่อง “ม้านั่งมีหู กลไกดูแลสุขภาวะทางจิตในชุมชนที่เข้าถึงได้” เพิ่มเติมที่นี่

สั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคม แนวทางใหม่เสริมสร้างระบบนิเวศสุขภาวะทางจิต

การสั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคม (Social Prescribing) เป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต ที่ไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ด้วยการจ่ายยา แต่เป็นการเชื่อมต่อบุคคลเข้ากับกิจกรรม กลุ่ม หรือบริการทางสังคมที่มีอยู่ เช่น กิจกรรมทางกาย ศิลปะ การอยู่กับธรรมชาติ สวนผัก การให้คำปรึกษาทางการเงิน หรือกิจกรรมกลุ่มทางสังคมอื่นๆ ไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์โดยตรง แต่สอดคล้องกับความต้องการทั้งในทางอารมณ์ สังคม และการใช้ชีวิต ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ที่ดีของบุคคล การสั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคมจะทำงานได้ดีกับคนที่มีภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง ต้องการการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตในระดับเบื้องต้น รู้สึกโดดเดี่ยวหรือแยกตัวจากสังคม และมีความต้องการทางสังคมที่ซับซ้อนซึ่งส่งผลต่อสุขภาวะของตนเอง แนวทางนี้ต้องการการจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างด้วยการออกแบบระบบนิเวศนโยบาย (policy ecosystem) เพื่อยกระดับสุขภาพจิตของประชาชน ได้แก่ การออกแบบนโยบายและการบริหารจัดการ การสร้างเงื่อนไขตั้งต้น การเปิดพื้นที่ขับเคลื่อน และการเชื่อมตัวแสดงที่เกี่ยวข้องจากหลากภาคส่วน เนื่องจากสุขภาพจิตไม่ได้เป็นปัญหาส่วนบุคคล แต่เชื่อมโยงกับปัจจัยทางสังคมอย่างซับซ้อน   โครงการระบบนิเวศนโยบายสาธารณะเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต ผู้รับผิดชอบโครงการ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พบสุข ช่ำชอง สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ E-mail: c@cmu.ac.th อ่าน Policy Brief เรื่อง “สั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคม แนวทางใหม่เสริมสร้างระบบนิเวศสุขภาวะทางจิต” เพิ่มเติมที่นี่

สร้างการอภิบาลที่เข้มแข็ง เพื่อระบบสุขภาวะทางจิตที่ยั่งยืน

ระบบบริการสุขภาพจิตในไทยต้องเผชิญปัญหาเรื่องการจัดสรรทรัพยากรต่างๆ ที่ยังไม่มีประสิทธิภาพและไม่เชื่อมโยง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ยังไม่เอื้อต่อการให้บริการสุขภาพจิตที่มีคุณภาพ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าที่ควรและการดูแลสุขภาพจิตของประชาชนจึงยังไม่ทั่วถึง ระบบบริการสุขภาพจิตของไทยจะมีประสิทธิภาพได้ ต้องอาศัยกลไกการกำกับดูแลที่โปร่งใส มีส่วนร่วม และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม การพัฒนาระบบสุขภาวะทางจิตต้องขับเคลื่อนผ่านการอภิบาลที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่บริการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ ความยั่งยืนของระบบนี้ขึ้นอยู่กับการสร้างพันธมิตรระยะยาวระหว่างภาครัฐ ประชาสังคม และวิชาการ บนพื้นฐานของธรรมาภิบาลและหลักสิทธิมนุษยชน   โครงการการอภิบาลระบบสุขภาพจิตในประเทศไทย ผู้รับผิดชอบโครงการ: ดร.ภญ.พัทธรา ลีฬหวรงค์ หน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ (Siriraj Health Policy) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล E-mail: lee@mahidol.edu อ่าน Policy Brief เรื่อง “สร้างการอภิบาลที่เข้มแข็ง เพื่อระบบสุขภาวะทางจิตที่ยั่งยืน” เพิ่มเติมที่นี่  

เสริมพลังนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา: ชุดเครื่องมือการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะจิตวิทยาเชิงบวกในโรงเรียน

การส่งเสริมแนวคิดจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) ในโรงเรียน คือ ยุทธศาสตร์สำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้กับเด็กและเยาวชน จิตวิทยาเชิงบวกช่วยพัฒนาทักษะการดูแลจิตใจ เช่น การเข้าใจตนเอง การกำกับควบคุมอารมณ์ การเมตตากรุณาต่อตนเอง และการฟื้นคืนพลัง เป็นต้น ตลอดจนลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลไกนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา (YC) ในโรงเรียนเป็นรูปแบบการดูแลสุขภาพจิตในชุมชนที่จะช่วยสร้างระบบสนับสนุนทางจิตสังคมที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นมิตร ในรูปแบบการให้คำปรึกษาแบบเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อช่วยให้กลไกนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษาทำงานได้ดียิ่งขึ้น “กล่องเครื่องมือช่วยเพื่อนดูแลใจ” (YC Starter Pack) จึงถูกพัฒนาขึ้นด่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบกับเด็กและเยาวชน ที่ครอบคลุม 3 แนวคิดจิตวิทยาเชิงบวก ได้แก่ การเห็นคุณค่าในตนเอง (Self Esteem) การกำกับควบคุมอารมณ์ (Emotion Regulation) และการเมตตากรุณาต่อตนเอง (Self Compassion)   โครงการพัฒนาเครื่องมือส่งเสริมสุขภาพใจชุมชนด้วยหลักจิตวิทยาเชิงบวกผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ ผู้รับผิดชอบโครงการ: Good Factory E-mail: hello@goodfactory.co อ่าน Policy Brief เรื่อง “เสริมพลังนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา” เพิ่มเติมที่นี่

เพาะบ่มเยาวชนให้มีสุขภาวะทางจิตที่ยั่งยืน

ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลและครอบครัวที่เป็นเบ้าหลอมของเยาวชน ร่วมกับกระบวนการเพาะบ่มทางจิตวิทยาเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงในการส่งเสริมทักษะทางสังคม อารมณ์ สุขภาวะทางปัญญา และช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพจิตในเยาวชนไทย ปัจจัยเพาะบ่มทางจิตวิทยา เช่น การฝึกสติ การทำจิตอาสา การไตร่ตรองตนเอง และการจดจำประสบการณ์ทางบวก เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ของเยาวชน การส่งเสริมทักษะต่างๆ ของเยาวชนผ่านการเรียนรู้และปฏิบัติจริงในสิ่งที่ชอบ ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย จะส่งผลให้เยาวชนมีภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจ ระบบบริการทางด้านสุขภาพจิตที่ทั่วถึงและเท่าเทียมจะทำให้ปัจจัยทางสังคมต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของปัญหาจิตใจของเยาวชนถูกรับฟังและแก้ไขอย่างตรงจุด   โครงการการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลและครอบครัวและปัจจัยเพาะบ่มทางจิตวิทยาที่มีต่อทักษะทางสังคมและทักษะทางอารมณ์สุขภาวะทางปัญญา และปัญหาทางด้านจิตใจ ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้รับผิดชอบโครงการ: รองศาสตราจารย์ ดร.สมบุญ จารุเกษมทวี คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย E-mail: J@chula.ac.th อ่าน Policy Brief เรื่อง “เพาะบ่มเยาวชนให้มีสุขภาวะทางจิตที่ยั่งยืน” เพิ่มเติมที่นี่

ส่งเสริมสุขภาพใจให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร

สุขภาวะทางจิตในการทำงานเป็นรากฐานสำคัญขององค์กรที่ยั่งยืน องค์กรที่ใส่ใจสุขภาพจิตของบุคลากรจะสามารถสร้างความผูกพัน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดความเครียดรวมถึงภาวะหมดไฟได้อย่างชัดเจน ผู้นำองค์กรต้องเป็นตัวแปรขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะ ความสำเร็จของการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตเริ่มต้นจากผู้นำที่เห็นคุณค่าและบูรณาการแนวคิดนี้ให้กลายเป็นค่านิยมและวัฒนธรรมขององค์กร องค์กรต้องฟังเสียงบุคลากรและออกแบบนโยบายการส่งเสริมจากความต้องการจริง การมีมาตรการและกิจกรรมเพื่อสุขภาวะทางจิตที่มีประสิทธิภาพต้องอิงจากข้อมูลความต้องการของพนักงาน พร้อมกับตอบสนองอย่างเหมาะสม การส่งเสริมสุขภาวะทางจิตอย่างยั่งยืนไม่ใช่ทำกิจกรรมเสริม แต่ต้องเป็นระบบและมีกระบวนการที่ต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับพันธกิจขององค์กร และถูกฝังลึกในทุกระดับของการบริหารจัดการ   โครงการพัฒนาระบบและเกณฑ์การคัดเลือกสุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต (Thai Mind Awards) ผู้รับผิดชอบโครงการ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประพิมพา จรัลรัตนกุล คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย E-mail: prapimpa.J@chula.ac.th อ่าน Policy Brief เรื่อง “ส่งเสริมสุขภาพใจให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร” เพิ่มเติมที่นี่

ผลักดันนักจิตวิทยาการปรึกษา สู่ระบบการดูแลสุขภาวะทางจิต

การบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นจากปัญหาสุขภาพจิตที่มากขึ้น แต่วิชาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษาในประเทศไทยยังไม่มีการรับรองทางวิชาชีพตามกฎหมายเหมือนวิชาชีพอื่น ๆ และขาดการกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ ส่งผลให้เกิดช่องว่างในการดูแลคุ้มครองประโยชน์ของผู้รับบริการ นักจิตวิทยาการปรึกษา (Counseling Psychologist) เป็นวิชาชีพที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างและดูแลสุขภาวะทางจิตของประชาชน ทั้งในมิติการเยียวยารักษา การป้องกัน ตลอดจนการส่งเสริมและพัฒนา การเพิ่มนักจิตวิทยาการปรึกษาเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพจะเป็นการเติมเต็มและลดภาระให้กับระบบบริการ ลดเวลารอคอยในการเข้ารับบริการ และช่วยให้ผู้ประสบปัญหาสุขภาพจิตเข้าถึงบริการดูแลได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งยังส่งผลดีต่อการเสริมสร้างการดูแลสุขภาวะทางจิตของประชาชนในระยะยาว การรับรองสถานภาพทางกฎหมายให้กับนักจิตวิทยาการปรึกษาผ่านการขึ้นทะเบียนและใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะตามกฎหมาย คือ หนทางสำคัญของการผลักดันนักจิตวิทยาการปรึกษาเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะในระดับปฐมภูมิ ตอบโจทย์การแก้ปัญหาการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการของประชาชน   โครงการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษา ผู้รับผิดชอบโครงการ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สาระ มุขดี E-mail: sara@nmu.ac.th อ่าน Policy Brief เรื่อง “ผลักดันนักจิตวิทยาการปรึกษา สู่ระบบการดูแลสุขภาวะทางจิต” เพิ่มเติมที่นี่