Skip to content

วันที่โพสต์

23 ธ.ค. 2025

ประเภทบทความ

Content Creator มีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตของคนไทยอย่างไรได้บ้าง?

ในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์ (Social media) กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน ทั้งเป็นพื้นที่แห่งการแสดงออกความเป็นตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ ความบันเทิง และการเชื่อมต่อถึงกันระหว่างคนในสังคมที่มีความหลากหลาย กล่าวได้ว่า สื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลต่อทัศนคติ ความเชื่อ ค่านิยม พฤติกรรม วิถีชีวิต และคุณภาพชีวิตของผู้คนไม่มากก็น้อย ขณะเดียวกัน การมีอยู่ของสื่อสังคมออนไลน์ก็แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ไม่ควรมองข้าม หากบุคคลไม่สามารถพิจารณาเลือกรับสื่อและใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม ก็อาจก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกทางลบและสามารถส่งผลต่อสุขภาวะทางจิตในระยะยาวได้ เช่น  

  • ความเหนื่อยล้าทางจิตใจจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์และการรับข้อมูลที่มากเกินไป 
  • การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลกระทบต่อการเห็นคุณค่าในตนเอง 

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Content creator) และอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ในประเทศไทย ก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางของสื่อ วัฒนธรรม และค่านิยมของสังคม โดยเฉพาะเมื่อคอนเทนต์ครีเอเตอร์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสื่อกระแสหลัก ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตและกระจายข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้รับชมจำนวนมาก 

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังให้ความสนใจมากขึ้นคือเรื่องของ “สุขภาพจิต” ซึ่งสอดคล้องกับกระแสสังคมในปัจจุบันที่ผู้คนเริ่มกลับมาตระหนัก ให้คุณค่ากับการดูแลใจ การหาสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตกับการทำงาน การปรับลดพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้เหมาะสมมากขึ้น เนื่องด้วยสังคมและสภาพแวดล้อมสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาสุขภาพจิตสามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจและความมั่นคงในชีวิตหลายๆ ด้าน เช่น ความสัมพันธ์ สถานะทางเศรษฐกิจ แต่กลับไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงแหล่งให้ความช่วยเหลือทางจิตใจได้อย่างสะดวกและต่อเนื่อง  

ดังนั้นการส่งเสริมให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิต และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงพื้นที่ให้การสนับสนุนทางด้านจิตใจอย่างเท่าเทียมจึงมีความจำเป็น เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาสุขภาพจิต 

ในบริบทนี้ คอนเทนต์ครีเอเตอร์มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักรู้ด้านสุขภาพจิต ต่อสังคม อาทิ คุณเขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ ศิลปินที่ผันตัวมาเป็นนักจิตบำบัดและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพราะอยากช่วยให้ผู้คน รักตัวเองและดูแลสุขภาพจิตของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น เขาใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของตนเอง สร้างคอนเทนต์ให้กำลังใจ และสร้าง Community “จุดพักใจ” เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาแชร์เรื่องราว รับฟัง สนับสนุนกันและกัน โดยมีความเชื่อว่า “สุขภาพจิต” ควรเป็นเรื่องที่พูดถึงได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในการเป็นกลไกสนับสนุนทางสังคม ที่เข้าถึงง่ายและใกล้ชิดผู้คนในวงกว้าง อีกทั้งยอดผู้ติดตามและผู้รับชมบ่งบอกว่าคนไทยให้ความสนใจเรื่องปัญหาสุขภาพจิต และการดูแลใจกันมากขึ้น ตลอดจนมองว่าการเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับคนที่อยู่ร่วมกัน เป็นแนวทางที่ช่วยให้คนในสังคมมีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เกิดความเหงาและรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง ตลอดจนเอื้อให้คนหันมาทำความเข้าใจและยอมรับในความเป็นตัวตนที่แตกต่างกันได้ 

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้มีคอนเทนต์ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และคนอีกจำนวนมากที่ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างสรรค์เนื้อหาที่ส่งผลกระทบทางลบต่อสุขภาพจิต ยังคงผลิตซ้ำชุดความคิด จุดยืนทางสังคม ความเชื่อ ค่านิยม และพฤติกรรมที่เป็นการสร้างความรู้สึกทางลบ ความขัดแย้ง ไปจนถึงการลดทอนสิทธิเสรีภาพและคุณค่าของผู้อื่นผ่านคำพูดและการกระทำในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้คนที่ขาดความรู้เท่าทันสื่อ ได้รับการปลูกฝังความคิด ความเชื่อ ค่านิยม และพฤติกรรมดังกล่าวไปด้วย การส่งเสริมให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์มีความรับผิดชอบต่อผู้รับชมด้วยการสร้างความรอบรู้สุขภาพจิต และการสร้างสังคมออนไลน์ที่เกื้อหนุนต่อสุขภาวะทางจิตของผู้คนในระยะยาวจึงเป็นสิ่งสำคัญ  

ในปี 2567-2568 บริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษาฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ (FutureTales LAB) และสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) ได้ร่วมกันดำเนินโครงการวิจัยเรื่อง “อนาคตเศรษฐกิจคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย พ.ศ. 2578 (Futures of Content Creators in Thailand 2035)” ศึกษาภาพอนาคตของอุตสาหกรรมวงการคอนเทนต์ครีเตอร์ รวมถึงบทบาทและแนวทางสำคัญเพื่อเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งคอนเทนต์ครีเตอร์สามารถ มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพจิตได้ดังนี้ 

1. บทบาทด้านการสื่อสารอย่างรับผิดชอบ 

 การรักษามาตรฐานจริยธรรมของตนเองเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารด้านสุขภาพจิต เนื่องจากเมื่อคอนเทนต์ครีเอเตอร์สามารถเข้าถึงผู้รับชมจำนวนมาก การเผยแพร่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตจึงต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและความระมัดระวัง โดยคอนเทนต์ครีเอเตอร์ควรให้ข้อมูลที่ไม่ขัดต่อหลักกฎหมายไทย รวมถึงหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน
ข่าวปลอม หรือเนื้อหาที่อาจสร้างผลกระทบต่อผู้รับชม  

 2. การสร้างพื้นที่เรียนรู้และรับฟังอย่างปลอดภัย 

เนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตควรถูกนำเสนอในลักษณะที่ให้ความเข้าใจและเปิดพื้นที่พูดคุย โดยคอนเทนต์ครีเอเตอร์มีบทบาทในการออกแบบพื้นที่ให้ผู้รับชมไม่เกิดความรู้สึกว่าตนเองถูกตัดสิน สามารถเปิดเผยความรู้สึกได้ในขอบเขตที่เหมาะสม พร้อมทั้งสร้างบรรยากาศการสื่อสารที่ช่วยลดอคติต่อการพูดเรื่องสุขภาพจิตในสังคม 

3. การร่วมมือกับสื่อดั้งเดิมและภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อเพิ่มคุณภาพเนื้อหา 

คอนเทนต์ครีเอเตอร์และสื่อกระแสหลักควรทำงานร่วมกันมากขึ้น เพื่อลดช่องว่างด้านความน่าเชื่อถือและสร้างระบบนิเวศสื่อที่แข็งแรง ซึ่งช่วยส่งเสริมเนื้อหาสุขภาพจิตที่มีความหลากหลาย ถูกต้อง และนำเสนอได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น 

4. การยึดมั่นในจรรยาบรรณและการกำกับดูแลตนเอง (Self-regulation) 

ในยุคที่การกำกับดูแลเนื้อหาดิจิทัลมีความท้าทาย คอนเทนต์ครีเอเตอร์จำเป็นต้องมีจรรยาบรรณในการผลิตเนื้อหา รู้ขอบเขตและบทบาทของตนเอง รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม  

5. การสนับสนุนคอนเทนต์ที่มีคุณค่าต่อสังคม 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตควรเน้นประโยชน์ต่อผู้รับชมและต่อสังคมในภาพรวม เช่น การสร้างความตระหนักรู้การส่งเสริมการดูแลใจในชีวิตประจำวัน และการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมด้านสุขภาวะทางจิตในสังคมไทย 

TIMS เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า คอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์มีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพจิตที่ดีให้กับคนในสังคมได้ ด้วยการคำนึงถึงผลกระทบทางจิตใจจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และอยากสนับสนุนให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของตนเองในการส่งเสียงเรื่องสุขภาพจิต ตระหนักถึงพลังของตนเองว่าสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ขึ้น จากการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมผ่านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ของตนเองต่อไป 

ทั้งนี้ การสร้างระบบนิเวศสื่อสุขภาพจิตที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์เพียงฝ่ายเดียว แต่ยังรวมถึงประชาชนในฐานะผู้รับชมที่ต้องมีวิจารณญาณ เลือกรับชมคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และรู้จักใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การใช้สื่อเป็นกระบอกเสียง เพราะเมื่อทั้งคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้รับชมเดินไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะช่วยให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศสื่อที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และสนับสนุนสุขภาพจิตของประชาชนได้อย่าง
มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อ้างอิง 

Tellscore, FutureTales LAB by MQDC และสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (Thailand Institute for Mental Health Sustainability). (2568). Futures of Content Creators in Thailand 2035 อนาคตเศรษฐกิจคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย พ.ศ. 2578. https://www.futuretaleslab.com/research/futuresofcontentcreator  

สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (Thailand Institute for Mental Health Sustainability). (2568). 
TIMS Report 2024-2025: A Space for Mental Well-being.  

วันที่โพสต์

23 ธ.ค. 2025

ประเภทบทความ

ผู้เขียน

แชร์คอนเทนต์นี้