Skip to content

วันที่โพสต์

21 ม.ค. 2026

ประเภทบทความ

อะไรทำให้เกิดพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นบนโลกออนไลน์ (Cyberbullying) ที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต ?

ในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น ทั้งส่งผลต่อพฤติกรรม วิถีชีวิต ทัศนคติ ค่านิยม ความเชื่อ ไปจนถึงการตัดสินใจ หลายคนเลือกใช้สื่อออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อแสดงออกถึงความเป็นตัวเองและการประกอบอาชีพ

เมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ โลกที่คนไม่รู้จักกันก็สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ การมีปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมที่มีความสนใจร่วมกันและแตกต่าง อาจทำให้หลายคนประสบปัญหาจากการถูก Cyberbullying หรือการถูกทำร้ายให้เกิดความเสียหายทางจิตใจหรือชื่อเสียง ไม่ว่าจะผ่านการส่งข้อความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ในลักษณะของการแสดงความคิดเห็นเชิงคุกคาม ด้อยค่า เหยียดหยาม หรือการส่งต่อความเกลียดชังบนโลกออนไลน์ ซึ่งอาจมีผลทำให้ตัวบุคคลเกิดความเครียด ความวิตกกังวล และปัญหาสุขภาพจิตตามมาได้

แม้ผู้คนโดยส่วนใหญ่จะมีการตระหนักรู้ว่าพฤติกรรมการทำร้ายผู้อื่นบนโลกออนไลน์ สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและการใช้ชีวิตของคนคนหนึ่งมากเพียงใด แต่ปัจจุบันปัญหานี้ก็ยังคงอยู่ สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยควรมีนโยบายที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตและป้องกันปัญหานี้อย่างจริงจัง

จากการสำรวจมุมมองความคิดเห็นของคนในสังคมไทยเกี่ยวกับ การกลั่นแกล้งผู้อื่นทางไซเบอร์ (Cyberbullying) โดยสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) สะท้อนให้เห็นว่า การกลั่นแกล้งผู้อื่นทางไซเบอร์ (Cyber-bullying) และการถูกกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (Cyber-victimization) มีอิทธิพลต่อสุขภาวะทางจิต ความเครียด และการปรับตัวกับความเครียด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

เนื่องจาก การกลั่นแกล้งผู้อื่นทางไซเบอร์ (Cyberbullying) เป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิต ทั้งของผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ วันนี้ TIMS จึงอยากชวนทุกคนมาลองทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์และการถูกกลั่นแกล้งทางไซเบอร์มากยิ่งขึ้น 

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Cyberbullying หรือ “การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์”

การกลั่นแกล้งผู้อื่นทางไซเบอร์ (Cyberbullying) หรือ พฤติกรรมการทำร้ายผู้อื่นบนโลกออนไลน์หมายถึง การกลั่นแกล้ง คุกคาม หรือระรานผู้อื่น โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ที่อาจเกิดขึ้นผ่านโซเชียลมีเดีย การส่งข้อความ การเล่นเกม และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมักเป็นพฤติกรรมที่มีเจตนาเพื่อสร้างความหวาดกลัว ยั่วโมโห หรือสร้างความอับอายให้แก่ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมาย

ตัวอย่างพฤติกรรม เช่น

  • การส่งข้อความคุกคามหรือต่อว่าผู้อื่น
  • การเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวสู่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การแบ่งแยก กีดกัน ล้อเลียนคนที่มีพฤติกรรม ความเชื่อ ความสนใจ แตกต่างจากตนเองหรือคนในกลุ่มสังคมเดียวกัน

ใครคือผู้มีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมกลั่นแกล้งผู้อื่นทางไซเบอร์ & ถูกกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ ?

พฤติกรรมการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (Cyberbullying) เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยส่วนบุคคลอย่างการเลี้ยงดูภายในครอบครัวและการเติบโตจากสังคมสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอม อันส่งผลต่อคุณลักษณะของบุคคลที่แตกต่างกันไป ซึ่งอาจทำให้คนบางกลุ่มมีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมความรุนแรง หรือตกเป็นเหยื่อจากการถูกทำร้ายบนโลกออนไลน์ได้มากกว่าคนอื่น จากผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นบนโลกออนไลน์ มีดังนี้

  •    เพศ (Gender)

ผลสำรวจพบว่า เพศชายมีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นบนโลกออนไลน์มากกว่าเพศหญิง ขณะเดียวกัน ไม่มีความแตกต่างระหว่างเพศที่ถูกทำร้ายบนโลกออนไลน์ กล่าวคือ ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ก็สามารถตกเป็นเหยื่อของพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นบนโลกออนไลน์ได้

  •   ความรู้สึกเครียด (Perceived Stress)

ผู้ที่มีระดับความเครียดสูง มีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์ และได้รับผลกระทางจิตใจจากการถูกทำร้ายในโลกออนไลน์มากกว่าผู้ที่มีระดับความเครียดต่ำและปานกลาง

  •   สุขภาวะทางจิต (Psychological Well-being) 

สภาวะทางจิตใจของบุคคล เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการแสดงออกทางพฤติกรรมของมนุษย์ หากบุคคลนั้นมีสุขภาวะทางจิตที่ดี มีความสุข มีความพึงพอใจในชีวิตของตนเอง มีแนวโน้มที่จะไม่แสดงออกพฤติกรรมที่เป็นการทำร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์ ทางกลับกัน หากบุคคลไม่สามารถปรับตัวต่อความเครียดได้ อาจมีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์ หรือได้รับผลกระทบทางจิตใจจากการถูกทำร้ายในโลกออนไลน์ได้มากกว่า

จากผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่มีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์ และผู้ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากการถูกทำร้ายในโลกออนไลน์ มักมีคุณลักษณะที่ไม่แตกต่างกัน ดังนี้

  •       มีความเป็นตัวของตัวเองต่ำ
  •       มีความสามารถในการควบคุมสิ่งแวดล้อมต่ำ
  •       ไม่ค่อยมีพัฒนาการส่วนบุคคล หรือขาดการพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม
  •       ไม่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน
  •       มีการยอมรับตนเองน้อย

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อ “การแสดงออกพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์” มากที่สุด คือ

  • ความสามารถในการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อม

ผู้ที่มีความสามารถในการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมและรับมือกับปัญหาได้ดี จะมีความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง ส่วนผู้ที่ขาดทักษะนี้ มักเลือกแสดงออกพฤติกรรมเชิงลบและไม่คำนึงถึงผลกระทบทางความรู้สึกของผู้อื่น

  • การพัฒนาตัวเอง

บุคคลที่เห็นคุณค่าของการเติบโตส่วนบุคคล เช่น การเรียนรู้ทักษะใหม่หรือการตั้งเป้าหมายชีวิต มักรู้สึกพึงพอใจในตนเองและเห็นคุณค่าในตนเอง ส่งผลทำให้ไม่จำเป็นต้องแสดงพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่น เพื่อให้ตนเองรู้สึกพึงพอใจมากขึ้น ส่วนผู้ที่ขาดการพัฒนาตนเอง มักหาทางยกระดับตัวเองผ่านการลดคุณค่าผู้อื่น นำมาสู่พฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์

เช่นเดียวกัน ปัจจัยที่ส่งผลทำให้บุคคลมีความเสี่ยงต่อ “การถูกทำร้ายในโลกออนไลน์” มากที่สุด ก็คือ “ความสามารถในการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อม” โดยผู้ที่มีความสามารถในการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมได้ดี จะมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากการถูกทำร้ายในโลกออนไลน์น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

นอกจากนี้ “การปรับตัวต่อความเครียด (Stress Adaptation)” ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยลดผลกระทบจากการถูกทำร้ายในโลกออนไลน์ ดังนี้

  • ผู้ที่มีความยืดหยุ่นทางจิตใจในระดับสูง (Resilience) มีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์น้อยกว่า อีกทั้งมีโอกาสตกเป็นเหยื่อจากการถูกทำร้ายทางจิตใจในโลกออนไลน์ลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากสามารถฟื้นตัวจากสถานการณ์ยากลำบากได้เร็ว และจัดการกับความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผู้ที่มีการเติบโตทางจิตใจในระดับสูง (Thriving) มีแนวโน้มได้รับผลกระทบทางจิตใจจากการถูกทำร้ายในโลกออนไลน์น้อยกว่า เพราะสามารถเติบโตและพัฒนาตนเองจากสถานการณ์ปัญหาหรือความท้าทายที่เผชิญอยู่ได้      

เนื่องจาก ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ขาดความสามารถในการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อม มีระดับความเครียดสูง และไม่มีสุขภาวะทางจิตที่ดี มีแนวโน้มที่จะเป็นทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำจากพฤติกรรมกลั่นแกล้งผู้อื่นทางไซเบอร์ หรือการทำร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์ (Cyberbullying) ขณะที่ความสามารถในการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อม ความยืดหยุ่นทางจิตใจ และการเติบโตทางจิตใจ สามารถช่วยลดโอกาสในการแสดงออกพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์ และลดผลกระทบจากการถูกทำร้ายในโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเหตุนี้ การส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด และสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาวะทางจิตที่ดีจึงเป็นแนวทางสำคัญที่มีส่วนช่วยลดแนวโน้มการแสดงออกพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์ และลดผลกระทบทางจิตใจจากการถูกทำร้ายในโลกออนไลน์ได้ ซึ่งการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการตระหนักรู้ ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต และการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตให้กับคนในสังคม ตลอดจนถึงการสร้างทักษะในการรับมือกับความเครียด และการปลูกฝังความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเหมาะสม 

ดังนั้น หากคนในสังคมมีส่วนช่วยกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ ไม่ส่งเสริมหรือเพิกเฉยต่อพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นในโลกออนไลน์ ก็จะส่งผลทำให้ผู้คนมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น และมีผู้ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์น้อยลงในที่สุด

วันที่โพสต์

21 ม.ค. 2026

ประเภทบทความ

ผู้เขียน

แชร์คอนเทนต์นี้