Skip to content

วันที่โพสต์

21 ม.ค. 2026

ประเภทบทความ

‘รู้เท่าทันใจ’ คือรากฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตอย่างมีประสิทธิภาพ: ชวนทำความรู้จักแบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต (Mental Health Literacy: MHL)

ในวันที่ปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด การมี “เครื่องมือ” ที่แม่นยำในการประเมินความรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตและทักษะการดูแลใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) ร่วมกับสำนักความรอบรู้สุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนจาก สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้พัฒนามาตรวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต (Mental Health Literacy: MHL) ซึ่งเป็นแบบประเมินที่จะช่วยให้เห็นว่าคนไทยมีความสามารถในการเข้าถึง เข้าใจ และนำข้อมูลด้านสุขภาพจิตไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด โดยข้อมูลเกี่ยวกับความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตของคนไทยจะเป็น “เข็มทิศ” นำทางการขับเคลื่อนนโยบายที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพใจของคนไทยต่อไป โดยเฉพาะการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะทางจิตที่ดีผ่านการเสริมสร้างความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพใจทั้งของตนเองและคนรอบข้าง

ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต: ทักษะสำคัญในโลกยุคใหม่

กรมสุขภาพจิตได้กำหนดนิยาม “ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต” โดยประยุกต์จากหลักการความรอบรู้ด้านสุขภาพของ องค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าหมายถึง ความรู้และทักษะส่วนบุคคลที่สะสมผ่านการใช้ชีวิตและการมีปฏิสัมพันธ์ในสังคม เพื่อให้เราสามารถบริหารจัดการสุขภาพจิตของตนเองและคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 

  • เข้าถึง (Access): ความสามารถในการแสวงหาและเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสุขภาพจิต
  • เข้าใจ (Acquire): ความสามารถในการทำความเข้าใจข้อมูลสุขภาพจิตที่ได้รับ
  • ประเมินได้ (Appraise): ความสามารถในการประเมินข้อมูลสุขภาพจิตอย่างมีวิจารณญาณ เพื่อความถูกต้องและเหมาะสม
  • นำไปใช้ (Apply): ความสามารถในการนำความรู้ไปใช้เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิตและส่งเสริมสุขภาวะใจอย่างมีประสิทธิภาพ

(WHO, 1998, 2021) 

จากช่องว่างของการเก็บข้อมูล สู่เครื่องมือมาตรฐานเพื่อบริบทไทย

ที่ผ่านมา ประเทศไทยยังขาดเครื่องมือวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตที่เป็นระบบ ส่งผลให้การประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตในประชากรวัยผู้ใหญ่ยังไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร TIMS จึงมุ่งพัฒนาแบบประเมินโดยอ้างอิงแนวคิดพื้นฐานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และปรับให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย เพื่อให้ได้เครื่องมือที่มีคุณภาพ สามารถระบุระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง

มาตรวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตเป็น “มากกว่า” แบบประเมิน

มาตรวัดนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่การประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตของคนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการ:

  1. สนับสนุนเชิงนโยบาย: การมีข้อมูลความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตของคนไทยช่วยให้กรมสุขภาพจิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถออกแบบมาตรการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพให้กับคนไทย
  2. ส่งเสริมการดูแลในระดับบุคคล: เมื่อประชาชนมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิต จะสามารถระบุอาการเบื้องต้นและหาความช่วยเหลือที่เหมาะสมได้ทันท่วงที ช่วยลดความรุนแรงของปัญหา
  3. ลดการตีตราในสังคม: นำไปสู่การออกแบบมาตรการส่งเสริมความเข้าใจด้านสุขภาพจิตที่ถูกต้องเพื่อลดการมองผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตในแง่ลบ ช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพใจ

การพัฒนามาตรวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนความเข้าใจด้านสุขภาพจิตในระดับบุคคลให้กลายเป็นพลังในการขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อสร้างสังคมไทยที่มีความยั่งยืนทางสุขภาพจิตอย่างแท้จริง

ชวนอ่านรายงานการพัฒนามาตรวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต และทำแบบประเมินได้ที่: https://drive.google.com/drive/folders/1aMlyEZlVSqM6XEvi89Ly5gL-UqOsJZm6

วันที่โพสต์

21 ม.ค. 2026

ประเภทบทความ

ผู้เขียน

แชร์คอนเทนต์นี้