TIMS และคณาจารย์ภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้การสนับสนุนจากสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันพัฒนามาตรวัดความยั่งยืนทางสุขภาพจิต โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการประเมินความยั่งยืนทางสุขภาพจิตของประชากรไทย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาและส่งเสริมโครงการด้านสุขภาพจิตในสังคมต่อไป
ความยั่งยืนทางสุขภาพจิตคืออะไร?
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO (2022) กำหนดนิยามสุขภาพจิตว่าเป็นสภาวะความผาสุกทั้งกายและใจที่ช่วยให้คนเราสามารถรับมือกับความเครียดในชีวิต ตระหนักถึงความสามารถของตนเอง ตลอดจนสามารถเรียนรู้และทํางานได้ดี เมื่อนำกรอบคิดนี้มามองผ่านมิติความยั่งยืน ‘ความยั่งยืนทางสุขภาพจิต’ (Mental Health Sustainability) จึงหมายถึง การรักษาภาวะความผาสุกดังกล่าวให้คงอยู่ได้ในระยะยาว แม้ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหรือวิกฤตการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เปรียบเสมือน “การมีภูมิต้านทานทางใจที่ดีต่อการใช้ชีวิตที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในระยะยาว”
แนวคิดสำคัญ: เจาะลึกเบื้องหลังการพัฒนามาตรวัดความยั่งยืนทางสุขภาพจิต
การพัฒนามาตรวัดฉบับนี้ อ้างอิงจากแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับสุขภาพจิตขององค์การอนามัยโลก (WHO, 2022) ผนวกเข้ากับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 14 ข้อ จากทั้งหมด 17 ข้อ และปัจจัยทางสัมคมที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตโดยรวม 5 ด้าน ตามรายงานของ The Lancet Comissions (Patel et al., 2018) ได้แก่ ลักษณะประชากร สถานะทางเศรษฐกิจ ละแวกที่อยู่อาศัย สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม และสังคมและวัฒนธรรม ตามบริบทสังคมไทย
เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ทั้งหมด 17 ข้อตามหลักขององค์การสหประชาติ ประกอบด้วย 1) ขจัดความยากจน 2) ขจัดความหิวโหย 3) สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี 4) การศึกษาที่มีคุณภาพ 5) ความเท่าเทียมทางเพศ 6) น้ำสะอาดและสุขอนามัยที่ดี 7) พลังสะอาดที่เข้าถึงได้ 8) งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ 9) โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม 10) ลดความเหลื่อมล้ำ 11) เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน 12) การผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ 13) การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 14) ชีวิตในน้ำ 15) ระบบนิเวศบนบก 16) ความสุขสงบ ยุติธรรมและสถาบันที่เข้มแข็ง และ 17) ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
จะเห็นว่าเป้าหมายเหล่านี้เน้นสร้างความยั่งยืนทางสุขภาพจิตผ่านกลไกตั้งแต่ระดับบุคคลจนถึงนโยบายภาครัฐ เนื่องจากการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพจิตให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ
อะไรบ้างบ่งบอกถึง “ความยั่งยืนทางสุขภาพจิต”
“มาตรวัดความยั่งยืนทางสุขภาพจิต” มุ่งเน้นการประเมินองค์ประกอบ 4 ด้าน ของความยั่งยืนทางสุขภาพจิต เรียกโดยย่อว่า SEAS ได้แก่ ความสุขสงบ (Serenity) ความเท่าเทียม (Equity) ความสามารถปรับตัว (Adaptability) และความปลอดภัย (Security) โดยนิยามของแต่ละองค์ประกอบในบริบทของความยั่งยืนคือ
- ความสุขสงบ (Serenity) ในบริบทของความยั่งยืน หมายถึง การรักษาสภาวะจิตใจให้เป็นสุขอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาทักษะภายในบุคคล ร่วมกับการสร้างสภาพแวดล้อมและค่านิยมทางสังคมที่เอื้ออำนวย รวมถึงการใช้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงรอบตัวมาสนับสนุนการแสวงหาความสงบเพื่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
- ความเท่าเทียม (Equity) ในบริบทของความยั่งยืน หมายถึง การส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้และการดูแลสุขภาพจิตอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เพื่อให้แต่ละบุคคลสามารถพัฒนาสุขภาวะทางจิตได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งลดผลกระทบจากอคติหรือความไม่เสมอภาคในสังคม เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่จะส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของทุกคนในระยะยาว
- ความสามารถปรับตัว (Adaptability) ในบริบทของความยั่งยืน หมายถึง การเสริมสร้างปัจจัยที่สนับสนุนให้บุคคลและชุมชนสามารถปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้ โดยอาศัยการเรียนรู้จากประสบการณ์ การพัฒนากลยุทธ์ใหม่ ๆ และสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนเพื่อสนับสนุนการปรับตัวเมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือข้อจำกัดต่าง ๆ ทั้งในมิติด้านเศรษญกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในอนาคต
- ความปลอดภัย (Security) ในบริบทของความยั่งยืน หมายถึง การสร้างเสริมสังคมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพจิตที่ดี พร้อมทั้งวางแนวทางป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต ทั้งที่เกิดจากปัจจัยที่สามารถควบคุมได้และไม่ได้ รวมถึงการสร้างบรรยากาศเชิงบวกที่ทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ

นอกจากองค์ประกอบทั้ง 4 ด้านนี้จะอิงกับกรอบแนวคิดของ SDGs และรายงานของ The Lancet Commissions ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ยังมีการนำคุณลักษณะสำคัญของบริบทแวดล้อม อาทิ วัฒนธรรมไทยที่ส่งผลต่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิตมาพิจารณาร่วมด้วย โดยเฉพาะในแง่ของการรับรู้ตนเองและปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต เพื่อให้มาตรวัดที่พัฒนาขึ้นมานี้ สามารถประเมินการรับรู้ความยั่งยืนทางสุขภาพจิตของประชาชนไทยได้อย่างแท้จริง
มาตรวัดนี้มีความสำคัญอย่างไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับเราทุกคน?
1. สะท้อน "ภาพรวมสังคม" ผ่านสุขภาพใจของคนไทย
แบบวัดนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เห็นว่า สภาพสังคมในปัจจุบันส่งผลต่อสุขภาพใจของคนไทยอย่างไร โดยข้อมูลที่ได้จากแบบวัดเปรียบเสมือนการสำรวจสุขภาพจิตระดับประเทศ ซึ่งช่วยให้มองเห็นแนวโน้มสุขภาพใจของคนไทยในภาพรวม
2. การออกแบบ “นโยบายสุขภาพจิต" ที่ตรงจุด
การเข้าใจภาพรวมสุขภาพจิตและปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายและออกแบบมาตรการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ "เหมาะสมกับบริบทของคนไทย" อย่างแท้จริง ช่วยให้การดูแลใจเข้าถึงทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่สังคมที่คนไทยมีสุขภาพจิตที่ดีอย่างยั่งยืน
3. เครื่องมือ "สำรวจตัวเอง"
การทำแบบวัดนี้ เปิดโอกาสให้เราได้สำรวจตรวจเช็กสุขภาพใจของตนเองในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้เห็นภาพรวมว่าด้านไหนที่มีแนวโน้มแข็งแรงและยั่งยืนอยู่แล้ว ด้านไหนที่ยังต้องการการดูแลเพิ่มเติม รวมถึงเป็นการทบทวนถึงปัจจัยส่งเสริมสุขภาพใจที่ตนเองมีอยู่หรือยังมีไม่เพียงพอ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการดูแลใจของตนเองให้มีสุขภาวะที่ดีและยั่งยืนต่อไป
ชวนอ่านรายงานการพัฒนามาตรวัดความยั่งยืนทางสุขภาพจิต และทำแบบประเมินได้ที่: https://drive.google.com/drive/folders/1MaNoFyDCKHg1LeQxOFvpmrGs7vZcWppJ